ทำไมเลเซอร์โดนกล้อง แล้วกล้องพัง?
ถึงใครหลายคนจะไม่เคยโดนจนกล้องพัง และจะผ่านสนามรบกับเลเซอร์มาแล้วกล้องก็ยังอยู่ดี แต่ก็มีคนที่กล้องพังเพราะถ่ายเลเซอร์มาแล้วครับ
แล้วทำไมมันถึงพังได้ ไปดูกลไกของกระบวนการนี้กันครับ ด้านล่างเลย.
ทำไมมือถือโดนเลเซอร์แล้วกล้องพัง
- โครงสร้างและการทำงานของกล้องมือถือ
กล้องมือถือใช้ เซ็นเซอร์รับภาพ (Image Sensor) เช่น CMOS หรือ CCD ที่ทำหน้าที่แปลงแสงเป็นสัญญาณไฟฟ้า
- พิกเซล: บนเซ็นเซอร์ประกอบด้วยพิกเซลจำนวนมาก ซึ่งแต่ละพิกเซลมีโครงสร้างที่ไวต่อแสง
- ฟิลเตอร์สี: มีการใช้ฟิลเตอร์ RGB (Red, Green, Blue) เพื่อแยกแสงให้ตรงกับสีที่ต้องการ
- การแปลงแสง: เมื่อแสงเข้ามา พิกเซลจะสร้างประจุไฟฟ้าสัมพันธ์กับความเข้มของแสง
- พลังงานของเลเซอร์
เลเซอร์เป็นแหล่งกำเนิดแสงที่มีความเข้มข้นสูงและลำแสงที่มุ่งเน้นในพื้นที่เล็กมาก
- ความเข้มข้นพลังงาน: แม้เลเซอร์จะดูเหมือนไม่สว่างมาก แต่พลังงานของมันกระจุกตัวในจุดเล็ก ๆ
- ความยาวคลื่นจำเพาะ: เลเซอร์มักมีความยาวคลื่นที่คมชัด เช่น แดง (650 nm) หรือเขียว (532 nm) ซึ่งพลังงานที่โฟกัสสูงนี้สามารถทำให้เกิดความร้อนเฉพาะจุดได้
- ผลกระทบของเลเซอร์ต่อเซ็นเซอร์กล้อง
3.1 ความร้อนที่เกิดจากเลเซอร์
- เลเซอร์ที่ยิงตรงไปยังเลนส์ของกล้องมือถือจะถูกเลนส์รวมแสงเข้าสู่เซ็นเซอร์โดยตรง
- แสงเลเซอร์นี้สามารถทำให้เกิดความร้อนในบริเวณพิกเซลเฉพาะจุด
- ความร้อนสูงอาจทำให้ โครงสร้างเซมิคอนดักเตอร์ในเซ็นเซอร์เสียหาย เช่น การหลอมละลายหรือการเกิดจุดเดธพิกเซล (Dead Pixel)
3.2 การโอเวอร์โหลดของพิกเซล
- พลังงานของเลเซอร์ที่เข้มข้นสามารถสร้างสัญญาณไฟฟ้าที่เกินกว่าขีดจำกัดของเซ็นเซอร์
- การโอเวอร์โหลดนี้อาจทำให้พิกเซลเสียหายถาวร หรือระบบอ่านค่าเซ็นเซอร์ทำงานผิดปกติ
3.3 ความเสียหายต่อฟิลเตอร์สี
- ฟิลเตอร์สี (RGB Filters) ที่เคลือบบนเซ็นเซอร์อาจถูก เผาไหม้หรือเสียหาย เมื่อเจอพลังงานเลเซอร์โดยตรง
- ทำให้ภาพที่บันทึกมีสีผิดเพี้ยนหรือเกิดจุดดำบนภาพ
- ความเสียหายที่เกิดขึ้น
- จุดสีดำหรือเส้นสีบนภาพ
- พิกเซลที่เสียหายจากเลเซอร์จะไม่สามารถรับแสงได้อีก ส่งผลให้เกิดจุดดำในภาพ
- การมองเห็นผิดเพี้ยน
- ฟิลเตอร์สีที่เสียหายอาจทำให้ภาพมีสีผิดเพี้ยน เช่น การมองเห็นสีเขียวหรือสีแดงที่ไม่สมจริง
- เซ็นเซอร์เสียหายทั้งแผง
- ในกรณีที่เลเซอร์มีพลังงานสูงมาก อาจทำให้เซ็นเซอร์ทั้งหมดพังและกล้องไม่สามารถใช้งานได้
- ในกรณีที่เลเซอร์มีพลังงานสูงมาก อาจทำให้เซ็นเซอร์ทั้งหมดพังและกล้องไม่สามารถใช้งานได้
- ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเสียหาย
- พลังงานของเลเซอร์
- เลเซอร์ที่มีกำลังสูง (Class 3 หรือ Class 4) เช่น เลเซอร์สำหรับงานอุตสาหกรรมหรือการแสดงแสงสี มีโอกาสทำลายกล้องได้มากกว่าประเภทที่มีกำลังต่ำ
- ระยะห่าง
- เลเซอร์ที่ยิงจากระยะใกล้จะรวมพลังงานได้มากกว่าการยิงจากระยะไกล
- ระยะเวลาที่เลเซอร์สัมผัสกับเซ็นเซอร์
- หากเลเซอร์ฉายไปยังกล้องเป็นเวลานาน โอกาสที่ความเสียหายจะเกิดขึ้นยิ่งสูง
- คุณภาพของเลนส์และเซ็นเซอร์
- เลนส์และเซ็นเซอร์ที่ไวต่อแสงหรือมีคุณภาพสูงมักจะเสี่ยงต่อการเสียหายมากกว่า
วิธีป้องกันไม่ให้กล้องเกิดความเสียหาย
หลีกเลี่ยงการถ่ายภาพเลเซอร์โดยตรง: อย่าหันกล้องไปทางเลเซอร์ เช่น ในคอนเสิร์ตหรือการแสดงแสงสี
ใช้ฟิลเตอร์ป้องกัน: ฟิลเตอร์ ND หรือฟิลเตอร์เฉพาะทางอาจช่วยลดผลกระทบของเลเซอร์ได้บ้าง
หลีกเลี่ยงเลเซอร์ที่มีกำลังสูง: อย่าใช้หรือเข้าใกล้แหล่งเลเซอร์ที่มีพลังงานสูง เช่น เลเซอร์อุตสาหกรรม
สรุป
เมื่อเลเซอร์โดนกล้องมือถือ พลังงานของแสงเลเซอร์ที่เข้มข้นและโฟกัสไปยังเซ็นเซอร์โดยตรงสามารถทำให้เกิดความเสียหาย เช่น ความร้อนที่ทำลายพิกเซล การโอเวอร์โหลดของเซ็นเซอร์ และการเสียหายของฟิลเตอร์สี เพื่อป้องกันความเสียหาย
ควรหลีกเลี่ยงการหันกล้องไปยังแหล่งเลเซอร์โดยตรง และระมัดระวังในการใช้กล้องในสถานที่ที่มีเลเซอร์แสดงอยู่นะครับ
แต่ถ้าใครถ่ายเลเซอร์ที่แบบเด็กๆไม่มีความแรงก็สามารถถ่ายได้เลยสบายๆครับ ส่วนใครอยากซื้อหวยสบายๆ และมีฟังก์ชั่นยกเลิกได้แบบสบายใจ คืนเงินให้เลยเต็มจำนวน สามารถเข้ามาดูได้ที่ : Globalball หรือจะคลิกที่ปุ่มก็ได้ครับ